ข่าวทั่วไป

ตามหา “แหม่มโพธิ์ดำ” ทำไม

ข่าวหน้ากากอนามัย

ตร.แถลงรวบพันธ์ยศ กักตุนหน้ากากอนามัย ขายเกินราคากว่า 6 แสนชิ้น เงินทุนหมุนเวียนกว่า 14 ล้านบาท เตรียมขยายผลจับแหม่มโพธิ์ดำ ผิดข้อหาพ.ร.บ.คอมฯ

ในภาพอาจจะมี 2 คน

พลตำรวจโทปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. แถลงจับกุมเครือข่ายกักตุนหน้ากากอนามัยขายเกินราคา โดยสามารถจับกุมนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ ได้เมื่อวานนี้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านเพชรเกษม หลังตำรวจขยายผลสืบทราบว่ามีชื่อจดทะเบียนในบริษัทไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย จำกัด) ที่เป็นผู้ส่งหน้ากากอนามัยให้กับนายศรสุวีย์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือ เสี่ยบอย ที่โพสต์ขายหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น และถูกดำเนินคดีฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งตำรวจกำลังอยู่ระหว่างสรุปสำนวนส่งฟ้อง

ในภาพอาจจะมี 1 คน

สอดคล้องกับการจับกุมนายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภราดรภาพ ที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านวังทองหลาง พร้อมหน้ากากอนามัย 100 กล่อง รวม 5,000 ชิ้น เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา โดยนายอานนท์ รับสารภาพว่ารับหน้ากากอนามัยมาจากนายพันธ์ยศไปจำหน่าย โดยจะได้รับส่วนแบ่งชิ้นละ 10 สตางค์

ในภาพอาจจะมี 1 คน

โดยการตรวจสอบพบว่านายพันธ์ยศ จะนำเข้าหน้ากากอนามัยเข้ามาอย่างผิดกฏหมาย จากนั้นจะนำมาบรรจุใส่กล่องบริษัทของตัวเอง โดยจะให้ผู้มีชื่อเสียง หรือคนใกล้ชิดผู้มีชื่อเสียงอย่างเสี่ยบอย มาโพสต์เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าตัวเอง และใช้ในนามหลายบริษัท โดยมีข้อมูลว่านานพันธ์ยศ นำเข้าหน้ากากอนามัย จำนวน 513,300 ชิ้น ขายหน้ากากอนามัย จำนวน 614,800 ชิ้น มีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 14,000,961 บาท ซึ่งขณะนี้ได้ปล่อยตัวชั่วคราวนายพันธ์ยศแล้ว และจะมีการเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลต่อไป

นอกจากนี้ตำรวจกำลังเร่งสืบหาตัวตนเจ้าของเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ที่มีการแชร์เฟซบุ๊กการไลฟ์ขายหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น ของเสี่ยบอย ซึ่งถือเข้าข่ายความผิดนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ

โดยระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ – 8 เมษายน 2563 หลังมีการประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมพบว่ามีผู้กระทำความผิดกักตุนและขายเกินราคา จำนวน 328 ราย ของกลางกว่า 2 ล้าน 5 แสนชิ้น และอุปกรณ์อื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหาย 71 ล้านบาท

โพสต์จากแหม่มโพธิ์ดำ

ในภาพอาจจะมี 1 คน

งานเข้ากูเฉยจ้า เห็นข่าวไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา บอกว่าวันนี้พลตำรวจตรีปัญญา ปิ่นสุข รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า ตำรวจกำลังเร่งสืบหาตัวตนเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” หลังแชร์คลิปการไลฟ์ขายหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น ของเสี่ยบอย ซึ่งถือว่าเข้าข่ายความผิดนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ!!!! (กูไปแชร์มันตอนไหน มีแต่แคปสิ่งที่มันโพสต์มาลงในความคิดเห็น สิ่งที่ตำรวจพูดนี่เข้าข่ายเฟคนิวส์นะ)

กูออกมาช่วยสังคมตามหาหน้ากาก เพราะโรงพยาบาลทั่วประเทศรวมถึงประเทศไทย ไม่มีหน้ากากใช้ ไปไหนไม่รู้ หาไม่เจอ พอไอ้บอยโพสต์หลักฐาน ทั้งคลิปอวดหน้ากาก ทั้งโม้เย็บม้า หน้ากากกองเป็นลังๆ บัญชีต่างๆ เต็มไปหมด โพสต์โยงใยไปถึงคนในรัฐบาล กูก็นำมาลง เพื่อผลประโยชน์ของภาคประชาชน รัฐก็มาบิดๆให้ข้อมูลสื่อหาว่ากูได้ข้อมูลมาจากฝั่งล้มล้างรัฐบาล คือมึงเป็นบ้าเหรอ มีหลักฐานอะไรบ้างที่กูเป็นคนแบบนั้น ทำเพจมาไม่เคยการเมืองสักครั้งมีแค่เรื่องหน้ากาก เพราะมันเดือดร้อนกันทั้งแผ่นดิน ส่วนไอ้บอยมันจะมีหน้ากากกี่อัน มันคือหน้าที่ตำรวจไปสืบหา ไม่ใช่หาไม่เจอ ทั้งที่คลิปทนโท่ กลายเป็นคนแจ้งผิด อีเวรตะไล

พอมีลูกเพจถูกพันธ์ยศโกง กูก็นำมาลงเพจ ว่ามีสายข่าวแจ้งว่าพรรคภราดรภาพมีเอี่ยวนะ เอ๊ะอะไรยังไงไปตรวจสอบกันสิ กูคนเปิดชัดๆ ใครก็เห็น จนตอนนี้ตำรวจตามจับมันได้ ไม่ให้เครดิตกูไม่ว่าอะไร กูช่วยสังคมไม่หวังเอาหน้า ขอให้เป็นผลดีกับประเทศชาติจบ หน้ากากที่ผลิตในประเทศ จะได้ถูกแจกจ่ายไปให้เจ้าหน้าที่พยาบาลกันสักที

ประเทศไหนเขาก็ช่วยคุ้มครองพลเมืองดี คนที่หาหลักฐาน เพื่อตามจับคนร้าย แต่ประเทศไทยไอเลิฟยู จะล่อกบาลกูเสียแล้ว แถลงการณ์กันยิ่งใหญ่เหมือนกูคือผู้ก่อการร้าย นี่คือการตอบแทนความเสี่ยงกูเหรอ คือจะให้กูเป็นคนเหี้ยให้ได้ โคตรผิดหวังสัสๆ จะมาตามหากูทำไม ไปตามหาคนที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน อย่าเอากูไปอยู่ตรงกลางของเกมการเมืองอันสกปรกของพวกมึงเลย

Loading...


ISUZU รถอีซูซุ

แอดมินหลักของเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารต่างๆ เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับรถอีซูซุ และเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button