Car Knowledge ความรู้เรื่องรถ

ผ่อนรถ ต้องซื้อประกันชีวิตมั้ย?

ระยะหลังๆ เวลาเราซื้อรถแบบผ่อน แล้วดูในรายการค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่จะผ่อน อาจจะมีบางท่านพบว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มมาประมาณเดือนละ 2-3 ร้อยบาท สอบถามไปยังเซลล์ก็พบว่าเป็นค่าประกันชีวิต ให้เราทำแล้วเก็บเงินเพิ่มเติม หลายคนก็สงสัยต่อว่า เอ้! มันต้องทำด้วยเหรอ ประกันที่ว่า และถ้าไม่ทำจะมีผลต่อการกู้เงินซื้อรถด้วยมั้ย

สำหรับประกันที่ว่ามีจริงๆ เขาเรียกกันว่า ประกันคุ้มครองสินเชื่อ บางคนก็เรียกว่า ประกันค่างวดรถยนต์ บางคนก็เรียกประกันสินเชื่อรถยนต์ ครับ เป็นประกันที่ทำไว้เพื่อคุ้มครองการผ่อนรถของเรานั่นเอง หากระหว่างการผ่อนรถ ผู้ผ่อนเกิดเสียชีวิตขึ้นมา ประกันจะจ่ายค่างวดรถที่เหลือให้ทั้งหมด และรถคันนั้นก็จะตกเป็นของทายา หรือคนที่เราระบุในการรับผลประโยชน์เอาไว้ ซึ่งถ้าคิดๆ ดูแล้ว ก็เท่ากับว่าเราไม่ทิ้งภาระไว้ข้างหลัง และมีสมบัติทิ้งไว้ให้คนข้างหลังต่อนั่นเอง

ส่วนใหญ่ราคาต่อเดือนที่เราต้องจ่ายตีกลมๆ ก็ประมาณ​ 200 บาท ตัวเลขนี้จะไม่เท่ากันทุกคนนะครับ ต้องตรวจสอบจากรายละเอียดอีกที กรณีเราผ่อนยาวๆ 48 เดือน ก็คิดเป็นค่าประกันทั้งหมดที่ 9,600 บาทเท่านั้นเอง ส่วนนี้ก็ต้องไปคิดพิจารณากันนะครับว่าจะทำหรือไม่ทำ หากจ่ายเพิ่มเดือนละ 200 บาท จ่ายไหวมั้ย ตกวันละเกือบ 10 บาท ประมาณซื้อน้ำ 1 ขวดครับ แลกกับการประกันสินเชื่อให้กับเรา

จริงๆ เรื่องนี้ไม่ค่อยเป็นประเด็นอะไรมาก หากมีการแจ้งกับลูกค้าผู้ผ่อนโดยตรงแบบชัดเจน หลายคนคงเลือกที่จะทำเพราะยอดเงินไม่ได้เยอะอะไรมากมายย แต่ที่ผ่านมาๆ หลายคนก็ใช้เป็นข้ออ้างว่า หากไม่ทำจะกู้ซื้อรถไม่ผ่านบ้าง หรือบางทีก็รวมไปในยอดผ่อนโดยไม่แจ้งผู้ผ่อนให้ทราบล่วงหน้า เพราะตัวเลขบวกเพิ่มเขาไปไม่เยอะนั่นเองครับ

ก็ฝากเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อรถ และผ่อนทุกท่านนะครับ ถ้าเป็นผมผมแนะนำให้ทำครับ 200 บาท จ่ายกันได้อยู่ครับ อ้อ! อย่าลืมขออ่านรายละเอียดกรมธรรภ์กันด้วยนะครับว่ามีเงื่อนไขและข้อกำหนดอะไรบ้างไม่ต้องรีบครับ ผลประโยชน์ของเราทั้งนั้น โชคดีกู้ผ่านได้รถใหม่ไปใช้กันทุกท่านครับ

ประกันสินเชื่อรถยนต์
ประกันคุ้มครองสินเชื่อ

ตัวอย่างรายละเอียดเงื่อนไขของประกันสินเชื่อรถยนต์ ครับ (ตัวอย่างของธนาคารธนชาติ)

  • มอบวงเงินความคุ้มครองเท่ากับวงเงินสินเชื่อเช่าซื้อ และเงื่อนไขระยะเวลาระยะการผ่อนชำระค่างวดตามที่ธนาคารอนุมัติ
  • ความคุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณี
  • ความคุ้มครองการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงหรือการทุพพลภาพสิ้นเชิงชั่วคราว ทุกกรณี
  • รับความคุ้มครองเพิ่มกรณี เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
  • ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ทั่วโลก
  • ชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียวให้ความคุ้มครองตลอดสัญญา
  • ตัดปัญหาหนี้สินคงค้างชำระสำหรับลูกค้าเช่าซื้อรถยนต์ พร้อมสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่ครอบครัว
  • ระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 1 ปี จนถึง 8 ปี ตามระยะเวลาของสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับอนุมัติจากธนาคารธนชาต

การจ่ายผลประโยชน์
บริษัทฯ จะจ่ายผลประโยชน์กรณีผู้เอาประกันภัย (ผู้เช่าซื้อ ) เสียชีวิตหรือเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือทุพพลภาพสิ้นเชิงชั่วคราว ให้แก่ ธนาคารธนชาต (เจ้าหนี้) เป็นจำนวนเงินตามที่ระบุไว้ในตารางทุนประกันภัยที่ลดลงในแต่ละเดือนเพื่อปลดหนี้สินค้างชำระ และหากมีส่วนเหลือก็จะมอบให้แก่ผู้รับผลประโยชน์หรือทายาทตามที่ระบุไว้ในใบคำขอเอาประกันชีวิตกลุ่มสินเชื่อ

กรณีที่ 1 เสียชีวิตทุกกรณี บริษัทฯ จ่ายตามตารางทุนประกันภัยที่ลดลงในแต่ละเดือน ณ วันที่เสียชีวิต (ยกเว้นการฆ่าตัวตายในปีแรกของการประกันภัย) และรับผลประโยชน์เพิ่มอีก 50%ของทุนประกันภัยหลัก ตลอดสัญญา

กรณีที่ 2 เป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเนื่องมาจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุติดต่อกันมาครบ 180 วันแล้ว บริษัทฯ จ่ายตามตารางทุนประกันภัยที่ลดลงในแต่ละเดือน ณ วันที่ครบ 180 วันแล้วและรับผลประโยชน์เพิ่มอีก 50%ของทุนประกันภัยหลักตลอดสัญญา

ทั้งนี้การทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หมายถึง การทุพพลภาพถึงขนาดไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานใดๆในอาชีพประจำและอาชีพอื่นๆได้โดยสิ้นเชิงตลอดไปเพื่อรับค่าจ้าง ค่าตอบแทนและการทุพพพลภาพถาวรสิ้นเชิงนั้นต้องเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 180 วันและกรณีต่อไปนี้ถือว่าเป็นการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงด้วย

  1. สูญเสียมือ หรือ เท้า หรือสายตา สองข้าง
  2. สูญเสียมือหนึ่งข้างและเท้าหนึ่งข้าง
  3. สูญเสียมือหนึ่งข้างและสายตาหนึ่งข้าง
  4. สูญเสียเท้าหนึ่งข้างและสายตาหนึ่งข้าง

กรณีที่ 3 เป็นบุคคลทุพพลภาพสิ้นเชิงชั่วคราวเนื่องมาจากการเจ็บป่วย และอุบัติเหตุติดต่อกันมาไม่น้อยกว่า 1 เดือน บริษัทฯ จะจ่ายผลประโยชน์ให้เป็นรายเดือนเท่ากับค่างวดรายเดือน (ค่างวดคำนวณจากทุนประกันภัยหารด้วยจำนวนเดือนที่คุ้มครอง) ตลอดระยะเวลาที่ยังคงทุพพลภาพอยู่ ทั้งนี้ความคุ้มครองทุพพลภาพสิ้นเชิงชั่วคราวจะสิ้นผลบังคับโดยอัตโนมัติในวันใดวันหนึ่งดังต่อไปนี้แล้วแต่วันใดจะเกิดขึ้นก่อน

  1. วันที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือ
  2. วันที่บริษัทฯ จ่ายผลประโยชน์ทุพพลภาพสิ้นเชิงชั่วคราวครบตามจำนวนค่างวดรายเดือน รวม 3 งวดแล้ว

หมายเหตุ: การประสบเหตุจะต้องไม่เข้าข่ายข้อยกเว้น (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)

ข้อยกเว้นทั่วไป

1. กรณีการเสียชีวิต ซึ่งเกิดมาจากสาเหตุต่อไปนี้:
    1.1 ผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตายภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่สัญญามีผลบังคับ
    1.2 ผู้เอาประกันภัยถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา

2. กรณีการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงและการทุพพลภาพสิ้นเชิงชั่วคราว ซึ่งเกิดมาจากสาเหตุต่อไปนี้
    2.1.การฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเอง
    2.2.ขณะที่สมาชิกผู้เอาประกันภัยก่ออาชญากรรมที่มีความผิดสถานหนัก หรือขณะถูกจับกุม หรือหลบหนีการจับกุม
    2.3.สงคราม ไม่ว่าจะประกาศหรือไม่ก็ตาม การรุกราน หรือการกระทำของศัตรูต่างชาติ สงครามกลางเมือง การปฏิวัติ การกบฏ การจลาจล การก่อการร้าย
    2.4.การบาดเจ็บขณะที่สมาชิกผู้เอาประกันภัยกำลังขึ้น หรือกำลังลง หรือโดยสารอยู่ในอากาศยานที่มิได้จดทะเบียนเพื่อบรรทุกผู้โดยสาร และมิได้ประกอบการโดยสายการบินพาณิชย์
    2.5.ขณะที่สมาชิกผู้เอาประกันภัยขับขี่หรือปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานประจำอากาศยานใดๆ 2.6.ขณะที่สมาชิกผู้เอาประกันภัยปฏิบัติหน้าที่เป็น ทหาร ตารวจ หรืออาสาสมัคร และเข้าปฏิบัติการในสงครามหรือปราบปราม
    2.7.ความบกพร่องทางร่างกาย การเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บ ที่สมาชิกผู้เอาประกันภัยทราบอยู่แล้วในขณะที่สัญญาประกันภัยเริ่มมีผลบังคับ แต่มิได้แจ้งให้บริษัททราบ เว้นแต่สมาชิกผู้นั้นได้เอาประกันภัยตามสัญญาเพิ่มเติมนี้มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน
    2.8.การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระทำของสมาชิกผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา สารเสพติด หรือยาเสพติดให้โทษจนไม่สามารถครองสติได้ คำว่า “ขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา” นั้นในกรณีที่มีการตรวจเลือดให้ถือเกณฑ์มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

Loading...
แท็กซ์

Related Articles

แสดงความคิดเห็น

Back to top button