ข้อมูลรถ All new ISUZU D-MAX | MU-X

มีอะไรใหม่ใน All new ISUZU D-MAX สรุปจบเลยในนี้

ว่ากันว่าการเปิดตัว All new ISUZU D-MAX รุ่นใหม่ครั้งนี้ มีการใส่ของใหม่หลายๆ อย่างเข้าไป ซึ่งถ้าเทียบกับตัวก่อนหน้านี้แล้วถือว่าได้รับการปรุงปรับเพิ่งเติมเป็นอย่างมาก แม้ผู้บริโภคบางคนที่ติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับรถยนต์ อาจจะบอกว่ายี่ห้อโน้นก็มี ยี่ห้อนั้นก็มี

แต่..การใส่มาในครั้งนี้เชื่อเลยว่า คนใช้ ISUZU หลายคนชอบ เพราะต่างก็รอมานานว่า เมื่อไหร่จะใส่มา และแน่นอนครับ ยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ยี่ห้ออื่นยังไม่มีเช่นกัน ไปดูกันว่า All new ISUZU D-MAX รุ่นใหม่นี้ ใส่อะไรมาบ้าง สรุปจบให้ในนี้เลย

Remote Engine Start

เป็นระบบการสั่งสตาร์ทรถจากกุญแจรีโมท ซึ่งมีเงื่อนไขว่าตัวกุญแจรีโมทนั้นต้องอยู่ห่างจากรถไม่เกินระยะ 20 เมตร ประโยชน์ของระบบนี้ที่เราน่าจะได้รับมากที่สุดก็คือ สามารถกดสตาร์ทรถเพื่อเปิดแอร์เอาไว้ก่อนเข้ารถได้ เรียกว่าถ้าจอดรถตากแดดไว้ ใกล้ทำธุระเสร็จแล้วกดสตาร์ทรอได้เลย เปิดรถเข้าไปไม่ร้อน ขับไปสบายๆ ครับ แก้ปัญหาอากาศร้อนได้ทันที

กระจกหน้าแบบ IR Cut

กระจกหน้าที่ออกแบบมาใหม่ มีคุณสมบัติในการกันรังสีอินฟาเรด รังสี UVA และ UVB แถมยังช่วยลดอุหณภูมิของห้องโดยสารอีกด้วย สำหรับคนที่สนใจเรื่องสุขภาพ ถือว่ากระจกหน้าตัวนี้ช่วยได้เยอะครับ เพราะรังสีอินฟาเรด รังสี UVA, UVB พวกนี้เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ ก่อนหน้านี้มีฟิลม์ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ขายอยู่ ตอนนี้ซื้อ All new ISUZU D-MAX ไป ก็ไม่ต้องไปเสียเงินติดฟิลม์กันรังสีอีกแล้ว (เฉพาะบ้านหน้า ที่เหลือก็ไปติดเพิ่มเอาเนาะ)

Parking AID System

เซ็นเซอร์ช่วยเตือนในขณะขับขี่ และถอยจอด จำนวน 8 จุดรอบคัน ด้านหน้า 4 ด้านหลัง 4 อ่านหัวข้อนี้หลายคนถามทันทีเลยว่า ทำไมไม่ใส่กล้อง 360 องศามาให้เลย อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ สำหรับระบบนี้ก็ช่วยในเรื่องของการถอยจอดร่วมกับกล้องมองหลัง ซึ่งในขณะเราขับขี่รถก็เตือนด้วยหน้า ผ่านหน้าจอ Smart MID ขนาด 4.2 นิ้วที่ติดตั้งมาให้นั่นแหละครับ

RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง อันนี้บอกเลยว่าดี และดีมาก เวลาเราจอดรถเอาหน้าเข้า แล้วจะถอยออก แม้จะมีกล้องถอยหลัง แต่บางครั้งมักจะมีมุมอับสายตาอยู่ดี การระบบนี้เพิ่มเติมเข้ามา ช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ดีงาม และมีประโยชน์มากมาย

Rain Sensing Wiper

ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และระบบฉีดน้ำบนก้านปัดแบบ Blade Type อันแรกก่อน ระบบปัตน้ำฝนอัตโนมัติ ก็ง่ายๆ ครับ เวลามีฝนตกเราไม่ต้องไปเปิดที่ปัดน้ำฝน ตัวระบบจะเปิดให้เอง ปรับความเร็วให้เอง ไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนระบบฉีดน้ำบนก้านปัดอันนี้ถือว่ายอดเยี่ยมของจริง เดิมเวลาเราจะฉีดน้ำล้างกระจก น้ำจะพุ่งออกมาจากจุดปล่อยน้ำด้านบนฝากระโปรง แต่รุ่นนี้เอาจุดปล่อยน้ำไปไว้ที่ก้านปัดเลย ข้อดีคือ เวลากดมันไม่ฟุ้งกระจาย ฉีดตรงใบปัดเลย ทำให้ปัดได้สะอาดมากขึ้น ลองนึกภาพเวลาขับเร็วๆ ลมแรงๆ แล้วกดฉีดน้ำดูละกันครับ กระจุยกระจาย ไม่ค่อยสะอาด แถมปลิวไปใส่คันอื่นๆ อีก มีตัวนี้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้เลย

Welcome Light

เป็นระบบที่ช่วยเปิดไฟในห้องโดยสารอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้รถในระยะ 2 เมตร ระบบนี้ก็ช่วยเวลาเราจอดรถในที่มืดนั่นแหละครับ เปิดไฟรอไว้เลยสว่าง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น

Follow Me Home

ระบบที่จะเปิดไว้รถค้างไว้นาน 30 วินาที หลังดับเครื่องยนต์ อันนี้ก็มีประโยชน์เวลาจอดรถในที่มืด หรือไปไหนมาแล้วกลับบ้านตอนมืด ช่วยส่องให้บริเวณนั้นสว่าง เช่น ช่วยส่องประตู ให้เราเปิดเข้าบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น หลังจากครบ 30 วินาทีแล้ว ไฟก็จะดับเองครับ

Walk Away Auto Lock

ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ เมื่อเดินห่างจากตัวรถ เกินระยะ 3 เมตร อันนี้เหมาะมากกับคนที่ชอบลืมล็อครถบ่อยๆ ครับ ถ้าใช้จนชินแล้ว เปลี่ยนไปใช้รถคันอื่นที่ไม่มีระบบนี้อาจจะต้องระมัดระวังนิดนึงนะครับ ลืมแน่นอน!

Auto Light Off

ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่อง และเปิดประตูรถ อันนี้ก็เหมาะกับคนขี้ลืมมากมาย ซึ่งถ้าลืมปิดไฟหน้ารับรองว่าแบตเตอรี่หมดแน่นอนครับ

แอร์อัตโนมัติแบบ Dual Zone + แอร์ด้านหลัง

ระบบแอร์แบบอัตโนมัติที่เลือกปรับอุณหภูมิแยกซ้ายขวาได้ พร้อมมีช่องแอร์ด้านหลังสำหรับรถ 4 ประตูด้วย ก็ถือว่าแก้ปัญหาจากตัวเก่าได้ 100% เลยครับ ที่มักจะมีปัญหาเรื่องแอร์ด้านหลังไปไม่ถึงคนด้านหลังร้อน และยังปรับอุณหภูมิแยกซ้ายขวา ได้ด้วย ไม่ต้องทนร้อน ทนหนาว ใครอยากเย็นแบบไหน ปรับกันเองได้เลย

เบาะนั่งคู่หน้า AVEC (Anti Vibration Elastic Comfort)

เบาะปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางตัวใหม่ที่มาพร้อมกับระบบการซับแรงสั่นสะเทือน สามารถปรับยกช่วงต้นขาขึ้นมาได้อีกด้วยครับ ที่สำคัญสุดดีไซน์ออกมาให้นั่งแล้วสบายรู้สึกกระชับกับตัวมากมาย ใครอยากรู้ว่ามันรู้สึกยังไงต้องไปลองนั่งกันเอง

หน้าจอขนาด 9 นิ้วพร้อมระบบนำทาง

รุ่นก็ติดตั้งจอมาให้เลย ขนาด 9 นิ้วพร้อมระบบนำทาง นอกจากนี้ยังรองรับ Apple Car Play กับ Andriod Auto อีกด้วย สามารถแบ่งการแสดงผลซ้ายขวาได้อีกตางหาก มีลำโพงมาทั้งหมด 8 ตัวด้วยกัน

ช่วงล่างใหม่ วางตำแหน่งเครื่องยนต์ใหม่

ตัวโครงสร้างรถออกแบบใหม่ ใช้เหล็ก Ultra-High Tensile มีความแข็งแรงและเหนียวกว่าเหล็กธรรมดา ด้านหน้าช่วงล่างเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอย์สปริง มีการปรับปรุงออกแบบจุดยึดปีกนกให้สูงขึ้น ช่วยลดอาการโยนและเข้าโค้งได้ดีกว่าเดิม ส่วนช่วงล่างด้านหลังใช้แหนบยาวแบบ Long Span ทนทานกว่าเดิม ยืดหยุ่นดีขึ้น นุ่มนวลกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการวางตำแหน่งเครื่องยนต์ใหม่แบบที่เรียกว่า Semi – Midship คือวางการเครื่องยนต์เยื้องหลังเพลาหน้า ทำให้มีความสมดุลและกระจายน้ำหนักได้ดีกว่าเดิม

BSM (Blind Spot Monitoring)

ระบบเตือนจุอับสายตาในกรณีต้องการเปลี่ยนเลนส์ ซึ่งจะติดตั้งตัวไฟเตือนไว้ที่มุมกระจกมองข้าง อันนี้ช่วยเตือนได้ดีเลยครับ เวลามีรถมาข้างๆ จะกระพริบไปสีส้มเตือนทันที

ESS (Emergency Stop Signal)

ระบบไฟฉุกเฉินกระพริบอัตโนมัติ เมื่อมีการเบรคกระทันหัน เอาไว้เตือนรถคันหลังจะได้เบรคทันไม่ชนท้ายเรานั่นเอง

Smart MID

จอแสดงผลขนาด 4.2 นิ้วแบบ TFT ซึ่งแบบจอแบบใหม่ ที่แสดงข้อมูลต่างๆ ในการขับขี่ และรุ่นนี้เราสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้จากปุ่มบนพวงมาลัยได้เลยครับ

ระบบ Electronic Diff-Lock

ระบบล็อคเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า ให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อหลังด้านซ้ายและขวาให้เท่ากัน

เครื่องยนต์ใหม่ 1.9 ลิตร และ 3.0 ลิตร

สำหรับเครื่องยนต์ตัวแรก 1.9 นั้นเป็นเครื่องรหัส RZ4E-TC ดีเซล 4 สูบ เป็นเครื่องคอมมอนเรล มีเทอร์โบเดี่ยว ขนาดความจุ 1,898 ซีซี อัตราส่วนกำลังอัด 16.5:1 แรงม้าที่ทำได้สูงสุดอยู่ที่ 150 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิตสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที สิ่งที่ปรับปรุงใหม่ในเครื่องยนต์ตัวนี้ก็เป็นการปรับแต่งการจ่ายเชื้อเพลิงให้ที่เน้นความประหยัดมากกว่าเดิม โดยทางอีซูซุเรียกเครื่องยนต์ตัวนี้ว่า 1.9 GEN 2 ครับ

สำหรับเครื่องยนต์ตัวที่สอง 3.0 รหัสเครื่อง 4JJ3-TCX ดีเซล 4 สูบ เป็นเครื่องคอมมอนเรล มีเทอร์โบเดี่ยว ขนาดความจุ 2,999 ซีซี อัตราส่วนกำลังอัด 16.3:1 แรงม้าที่ทำได้สูงสุดอยู่ที่ 190 แรงม้า (รุ่นก่อนหน้าอยู่ที่ 177 แรงม้า) ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิตสูงสุดที่ 450 นิวตันเมตรที่ 1,600 – 2,600 รอบต่อนาที เครื่องรุ่นนี้ก็มีการปรับปรุงเพิ่มเติมจากรุ่นเดิมในส่วนของการทำงานของเทอร์โบชา์จเจอร์ใหม่ ปรับการจ่ายน้ำมันใหม่ และมีอัตราการปล่อย Co2 ที่ลดลงนิดนึง เดิม 192 กรัม/กิโลเมตร มาเป็น 186 กรัม/กิโลเมตร

ที่น่าสนใจในเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรนี้น่าจะเป็นเรื่องผลการทดสอบ ซึ่งผลการทดสอบนี้มาจากเว็บไซต์ Headlightmag ที่ไปทดสอบ All new ISUZU D-MAX V-Cross 3.0 4×4 เอาไว้ครับ ผลออกมาดังนี้

0-100 กม/ชั่วโมง ทำได้ที่ 9.82 วินาที
80-120 กม/ชั่วโมง ทำได้ที่ 8.12 วินาที

ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 183 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมวงเล็บเอาไว้ว่ามีการล็อคความเร็วด้วย แสดงว่าถ้าปลดล็อคได้ก็ไปได้ไกลกว่านี้อีก ถ้าเราดูตัวเลขจากการทดสอบแล้วจะเห็นได้ว่า อัตราเร่งนั้นสูงในระดับต้นๆ ของรถกระบะเลยทีเดียว

สำหรับข้อมูลจากโบร์ชัวร์ของทางอีซูซุก็มีการสรุปไว้ตามนี้ครับ

  • ห้องเผาไหม้ใหม่แบบ Optimum Combustion Shape ออกแบบพิเศษช่วยให้น้ำมันผสมกับอากาศได้ดียิ่งขึ้น
  • ระบบหัวฉีดแบบ High Pressure แรงดันสูงสุดถึง 250 MPa ให้ละลองน้ำมันละเอียด เผาไหม้สมบูรณ์แบบ
  • เทอร์โบใหม่ขนาดใหญ่ Electronics VGA Turbo ช่วยให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีเยี่ยม
  • กล่อง ECM ใหม่ ประมวลผลแบบ Multi-core ประมวลผลแม่นยำตอบสนองฉับไว้ต่อการใช้งาน
  • สลักลูกสูบเคลือบสารพิเศษ Diamond Like Carbon ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไหลลื่นเต็มพลัง
  • เสื้อสูบแบบ Melt-in Liner ชุบแข็งแบบเหนี่ยวนำด้วยคลื่นความถึ่สูง
  • Electronics Thermostat ควบคุมการปิด-เปิดวาล์วน้ำ ด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้อุณหภูมิภายในเครื่องยนต์เหมาะสมทุกการใช้งาน
  • Timing Gear แบบ Double Scissors Gear ช่วยลดระยะห่างของฟันเฟือง เครื่องยนต์เดินเรียบเงียบขึ้น
  • ปรับจังหวะการฉีกน้ำมัน เพิ่มประสิทธิภาพี่ดีขึ้นในการเผาไหม้
Loading...
แท็กซ์

Related Articles

แสดงความคิดเห็น

Back to top button