Car Knowledge ความรู้เรื่องรถ

สายหลอกแอร์โฟร์ แกะดูกล่องตกใจ ไม่มีอะไรเลย ถูกหลอกหรือเปล่า?

เรื่องนี้กำลังเป็นเรื่องคุยกันแบบยาวๆ ในกลุ่ม ISUZU CLUB กันเลยครับ พอดีมีสมาชิกซื้อ สายหลอกแอร์โฟร์ มา แล้วไปแกะกล่องที่อยู่กับสาย แกะแล้วด้านในมันไม่อะไรอยู่เลย ก็รู้สึกว่าเหมือนโดนหลอกมาก เพราะเข้าใจว่าในกล่องที่มากับสาย น่าจะมีแผงวงจรอยู่ด้านใน ปรากฏว่า ไม่มีอะไรเลย

airflow buy2

จริงๆ แล้ว ก็มีสมาชิกมาอธิบายกันให้ฟังอยู่เยอะครับ ว่ากล่องที่ติดมากับสายนั้น เขาเอาไว้ติดยี่ห้อแค่นั้น แต่… ดูๆ แล้ว มันก็เหมือนกับการทำตัวสายให้ดูดีมีราคามากขึ้น เหมือนมีกล่องนั่นแหละครับ แต่ก็เอาไว้แค่ติดยี่ห้อ เพราะส่วนสำคัญนั้นอยู่ที่ตัวสายครับ

airflow buy

ซึ่งมีสมาชิกมาอธิบายเรื่องสายให้ตามนี้เลย

คนแก่แต่หน้าอ่อน นะจ๊ะ :
แอร์โฟร์ ตัวนี้มีสายทั้งหมด 5 เส้นครับ แยกออกเป็น 2 ชุดด้วยกัน
ชุดที่ 1 มี 2 เส้น (4-5) iat คืออุณภูมิอากาศ
ชุดที่ 2 มี 3 เส้น (1-2-3) วัดค่า maf คือวัดค่ามวลอากาศที่เข้า

คือ หลอกได้ทั้ง 2 ชุดเลยครับ
ส่วนมากเค้าจะใส่ตัว r หลอกค่าว่าเมื่อมีอากาศเข้ามากขึ้น ทำให้กล่องต้องจ่ายน้ำมันมากขึ้นด้วยหรือหลอกค่าว่าอุณภูมิเย็นลง เช่นกันกล่องก็ต้องจ่ายน้ำมันมากขึ้นด้วย เพื่อการเผาใหม้ที่สมบูรณ์

สรุป ก็คือ ไปหลอกกล่องหลักว่ามี อากาศเข้าเยอะขึ้น ทั้งที่อากาศเท่าเดิม ทำให้กล่องสั่งจ่ายน้ำมันเยอะขึ้น เลยรู้สึกว่าแรงขึ้นด้วย

เจ้าของโพสต์ก็ได้แกะดูสาย ก็เจอตัว R ที่บอกไว้จริงๆ

r flow

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกที่ใช้เฟสชื่อว่า Amontep Soymanee มาอธิบายเรื่องแอร์โฟร์ ไว้ละเอียดเลย อ่านกันครับ

ยังมีหลายๆท่านไม่รู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า สายหลอกแอร์โฟลว์นะคับ อยากให้อ่านกันสักนิดคับ

การหลอกแอร์โฟลว์ คือการหลอกค่าอุณหภูมิไอดี (IAT) ให้มีอุณหภูมิที่ต่ำลง จุดประสงค์เพื่อไปหลอกกล่องหลัก ให้กล่องหลักสั่งการปิด EGR 0% เปิดลิ้นปีกผีเสื้อ 100% และสั่งจ่ายน้ำมันให้หนาขึ้นเล็กน้อย ผลที่ได้จากการหลอกแอร์โฟลว์คือทำให้คันเร่งติดเท้ามากขึ้น เวลาเร่งจะแก้อาการคันเร่งหน่วงได้ 20% (จากลิ้นที่เปิดรอไว้แล้ว) และแก้อาการไฟเช็คเครื่องโชว์ในเครื่องยนต์ Euro 4 ที่อุด EGR หรือคันที่มอเตอร์ EGR พัง

ทีนี้การหลอกแอร์โฟลว์ดั้งเดิมคือการใช้ตัวต้านทาน R มาตัดคร่อมที่สายแอร์โฟลว์ 1 คู่ เนื่องจากการส่งสัญญาณของแอร์โฟลว์ ใช้การเล่นค่าความต้านทานในการส่งสัญญาณ การหลอกเช่นนี้คือการไปล็อกค่าความต้านทานให้เป็นไปตามที่เราต้องการ ซึ่งค่าที่หลอกไปก็จะไปแปลงสัญญาณเป็นอุณหภูมิไอดีที่กล่องหลัก เช่นสมมติ อากาศมีอุณหภูมิ 30°C แอร์โฟลว์วัดอุณหภูมิได้ ก็จะส่งค่าความต้านไป 10k กล่องหลักรับสัญญาณ 10k ก็จะไปแปลงว่า 10k ได้อุณหภูมิที่ 30°C แต่พอจะหลอกแอร์โฟลว์ให้เหลือ 1°C ค่าความต้านทานคือ 0.5k ก็เอา R ค่า 0.5k ไปตัดคร่อมสายเส้นที่วัดอุณหภูมิไอดี พอไฟผ่าน R ก็จะส่งค่า 0.5k เข้าไปยังกล่องหลักตลอดเวลา เซนเซอร์วัดอุณหภูมิแอร์โฟลว์ไม่ใช้ พอกล่องหลักรับสัญญาณ 0.5k ก็เข้าใจว่าอากาศ 1°C ก็สั่งการเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามย่อหน้าต้น (ค่าสมมตินะ ไม่ใช่ค่าจริงๆ)

แต่การหลอกแอร์โฟลว์ ผู้จะทำต้องมีความรู้เรื่องสัญญาณความต้านทาน และการ Wiring สายไฟ ซึ่งผู้ที่ไม่มีความรู้มันยาก และบางคนไม่ชอบการที่จะต้องมาตัดสายไฟรถ ไม่อยากให้รถช้ำ ไม่อยากให้หลุดการรับประกันจากบริษัท จึงมีร้านอะไหล่ซิ่งหรืออู่บางแห่ง นำปลั๊กตัวผู้และตัวเมียตรงรุ่น มาต่อสายไฟหากัน และตัดคร่อม R ในสายท่อนนั้น ทำให้ไม่ต้องไปตัดของรถให้รถช้ำ ลูกค้าที่ไม่มีความรู้ สามารถซื้อไป เสียบปลั๊กง่ายๆ (เพราะมันมีปลั๊กเดียว เสียบกลับหัวแบบปลั๊กไฟบ้านไม่ได้ เสียบแล้วเข้าล็อก กริ๊ป!!! คือถูกต้อง ง่ายยิ่งกว่าปอกทุเรียน) และเห็นผลทันทีเลย สายหลอกแอร์โฟลว์สำเร็จรูปจึงกำเนิดขึ้นมา จากนั้นก็มีผู้ค้าทำสายหลอกแอร์โฟลว์มาขายกันมากขึ้น เจ้าของสายหลอกแอร์โฟลว์ก็อยากจะให้สินค้าเป็นที่จดจำ ก็เลยทำเอกลักษณ์ของยี่ห้อตัวเอง เช่น ใส่กล่องครอบสายติดโลโก้แบบในโพสต์ ใส่ท่อหดพิมพ์โลโก้ ฯลฯ เพื่อให้มันเป็นสินค้าแบรนด์ตัวเองขึ้นมา แต่ข้างใน ร้อยทั้งร้อยจะเหมือนกัน

ถ้าทำเป็น หลอกเองเป็น รู้สาย รู้ค่า ตัดเอง คร่อมเอง จบคับ ไม่เกิน 10 บาท แต่ถ้าไม่รู้อะไรเลย ซื้อสายเถอะคับ 600-800 บาท ไม่แพง ถ้ามันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นและไม่ทำให้รถช้ำคับ

เรื่องสายแอร์โฟลว์ กับข้อครหาที่หลายๆ คนว่าไว้ ต้นทุนไม่ถึง 100 ขาย 500-1000 บาท หลอกขายเรารึเปล่า ฟันกำไรเรานิ่มๆเลยอะดิ ทั้งสายมีแค่ R ตัวเดียวเป็นหัวใจสำคัญ ตัวละไม่ถึง 10 บาท อะ เราลองสมมติว่าเราจะทำสายแอร์โฟลว์แบบปลั๊กตรงรุ่นใช้เอง ต้นทุนจะไม่เกิน 100 จริงๆหรือไม่ ผมจะลองแจงคร่าวๆให้ดู

ถ้าจะทำสายแอร์โฟลว์ปลั๊กตรงรุ่นเอง ปลั๊กมาคู่ละประมาณ 100 บาท (ราคาส่ง 100 คู่+) ถ้าปลีกน่าจะราวๆคู่ละ 200-250 บาท และไม่ได้ย้ำพินเข้าปลั๊กมาให้ ซึ่งเราต้องมาเข้าปลั๊กเอง ปลั๊กเป็นแบบมียางกันน้ำ ต้องใช้คีมย้ำพินสำหรับย้ำพินมียางกันน้ำ อันละ 700-1000+ (ค่าเครื่องมือนี่แหละ ตัวโคตรไม่คุ้มเลย) สายไฟ เอาแบบเกรดโรงงาน ปลีกน่าจะตกเมตรละ 20-40 บาท อาจจะเอามาสัก 2 เมตร แบ่ง 5 สาย และ R 1 ตัว ตัวละประมาณ 2 บาท อาจจะเพิ่มสายถักหรือท่อหดก็แล้วแต่จะใส่ไป

แค่ซื้อคีมย้ำพินอันนึง เพื่อทำสายแอร์โฟลว์แค่เส้นเดียว ก็แพงกว่าสายหลอกที่ขายกันละ เอาเงินที่จะซื้อคีมย้ำพิน ไปซื้อสายที่เขาทำขายเถอะ

ส่วนพ่อค้าสายแอร์โฟลว์ เขาซื้อคีมย้ำแค่ครั้งเดียว ปลั๊กเขาซื้อราคาส่งใส่ถุงบิ๊กแบ็คมาเป็นร้อยๆคู่ ยางกันน้ำห่อใหญ่ๆ พินมาเป็นม้วนๆ R ซื้อเหมายกกล่องมาเป็นร้อยๆตัว และสายไฟ ท่อหด สายถัก 3 อย่างนี้ซื้อส่งแบบกิโลมาคับ

ต้นทุนบางทีมันไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เราได้มา แต่ไม่มีไม่ได้ (ก็คือเครื่องมือของเขานั่นเอง เช่น คีมย้ำพิน) และต้นทุนที่ถูกของเขา เป็นต้นทุนที่แพงมากสำหรับเรา (เพราะต้องซื้อส่งมาเป็นร้อยๆชิ้น ถ้าเราไม่ได้ทำสายแอร์โฟลว์ขายแล้วเราจะซื้อมาทำไม??) และต้นทุนค่าความคิดเขา ในเรื่องค่า R ที่เหมาะสม และการผลิตชิ้นงานที่ดูดี ไม่เป็นแค่สายไฟง่อยๆ การย้ำพินที่ต้องละเอียด เพื่อให้พินสวยงาม ไม่งั้นพินที่ย้ำก็เละ ไม่สวยงาม และจะทำให้การเชื่อมต่อไม่แน่นหนา

ผมก็ยังยืนยันนะว่าสายแอร์โฟลว์เส้นละ 500-800 บาท ไม่แพง!! แต่ถ้าใครไม่แคร์เรื่องตัดสาย และทำเป็น รู้ค่า R ก็คร่อมเองเลยคับ ต้นทุนราคาเบาๆ 2-10 บาท

Loading...


ISUZU รถอีซูซุ

แอดมินหลักของเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารต่างๆ เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับรถอีซูซุ และเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button