Car Knowledge ความรู้เรื่องรถ

Eco Sticker คืออะไร?

มาดูความรู้เรื่องรถกันบ้างครับ คราวนี้เป็นเรื่องของ Eco Sticker ที่หลายคนสงสัยว่า Eco Sticker คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร บางคนอาจจะเคยเห็นติดที่กระจกหน้ารถ เป็นแผ่นกระดาษขนาดประมาณ A4 กันมาแล้วบ้าง มีข้อมูลอะไรไม่รู้เต็มไปหมด เลยไม่ได้อ่านกัน วันนี้มาติดตามเรื่องราวของ Eco Sticker กันครับ โดยข้อมูลทั้งหมดนี้มาจากกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบายไว้ให้ทราบกันทั้งหมดแล้ว

Eco Sticker คืออะไร? กันแน่

ECO Sticker หรือป้ายข้อมูลรถยนต์ คือแผ่นป้ายที่มีการระบุข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง และ
ผลการทดสอบตามมาตรฐานที่ส าคัญของรถยนต์ในด้าน “สะอาด ประหยัด ปลอดภัย” อันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ของผู้บริโภค ได้แก่ ข้อมูลผู้ผลิต/ผู้นำเข้า, ข้อมูลของรถยนต์, ข้อมูลรายการอุปกรณ์ที่ติดตั้งจากโรงงาน และผลการทดสอบตามมาตรฐานอ้างอิงอันได้แก่

อัตราการใช้น้ำมันใน 3 รูปแบบการใช้งาน (สภาวะรวม สภาวะในเมือง และ สภาวะนอกเมือง), แถบแสดงอัตราการใช้นำ้มันอ้างอิงในสภาวะรวม (Combined) ซึ่งทดสอบโดยใช้น้ำมันเบนซินหรือ ดีเซล หรือน้ำมัน E85 (ถ้ามี), อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และระบบความปลอดภัยที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความปลอดภัยต่อการเกิดอุบัติเหตุ

โดยผู้ผลิต/ผู้นำเข้าจะติด ECO Sticker ไว้บนกระจกรถยนต์ก่อนที่รถยนต์คันนั้นจะถูกส่งไปยังผู้จัดจำหน่าย (Dealer) เพื่อส่งมอบให้กับผู้ซื้อรถยนต์ต่อไป

Eco Sticker มีประโยชน์อะไร

ECO Sticker จะช่วยให้ผู้บริโภคในประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลของรถยนต์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการเปรียบเทียบอ้างอิงคุณสมบัติของรถยนต์แต่ละรุ่นเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ จึงเท่ากับเป็นการควบคุมการโฆษณาเกินจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค รวมทั้ง จะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการทุกราย ในการแข่งขันในด้านคุณสมบัติ“สะอาด ประหยัด ปลอดภัย” ของรถยนต์บนพื้นฐานของข้อมูลและมาตรฐานเดียวกัน มีการตรวจสอบรับรองผลการทดสอบทุกมาตรฐาน

นอกจากนี้แล้ว ระบบ ECO Sticker จะเชื่อมโยงข้อมูลผลการทดสอบคุณสมบัติรถยนต์เหล่านี้ไปสู่การก าหนดอัตราภาษีสรรพสามิตของรถยนต์แต่ละรุ่นอย่างเที่ยงตรง โปร่งใส และเป็นข้อมูลเดียวกัน และสามารถตรวจสอบได้โดยผู้ซื้อรถยนต์ โดยข้อมูลที่ผู้ประกอบการใช้แจ้งขอชำระภาษีสรรพสามิตจะเป็นข้อมูลเดียวกับที่แสดงต่อผู้บริโภคบน ECO Sticker นั่นเอง

ความเป็นมาของ Eco Sticker

กระทรวงอุตสาหกรรมได้พัฒนาระบบ ECO Sticker ขึ้น ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
18 ธันวาคม 2555 ซึ่งได้อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ (ภาษี CO2) พร้อมกับได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมก าหนดแนวทางให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์และผู้นำเข้าจะต้องติด ECO Sticker ที่ต้องแสดงการประหยัดพลังงานและปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไปพร้อมกัน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับความร่วมมือเป็นอย ่างดีจากกระทรวงการคลังและผู้ประกอบการรถยนต์ ซึ่งได้ร่วมหารือและประชุมเชิงปฏิบัติการหลายครั้งเพื่อออกแบบระบบ ECO Sticker ให้มีความเหมาะสมและสะดวกสำหรับการเริ่มดำเนินการในระยะแรก โดยผู้ผลิตรถยนต์จะเริ่มติด ECO Sticker เป็นการทั่วไป สำหรับรถยนต์ที่ผลิตใหม่หรือนำเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป เพื่อให้การดำเนินโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นไปอย่างราบรื่นตามกำหนดเวลา

กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้จัดทำเว็บไซต์ www.car.go.th เพื่อเป็นแหล่งข้อมูล ECO Sticker สำหรับประชาชน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยเว็บไซต์นี้มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในเดือนธันวาคม 2558 นอกจากนี้แล้ว
บน ECO Sticker จะมีQR Code เพื่อให้ผู้ซื้อรถยนต์หรือประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลด ECO Sticker ของรถยนต์คันนั้น และรายละเอียดอื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์อีกด้วย

ระบบ ECO Sticker ประกอบกับโครงสร้างภาษี CO2 จะเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดย ECO Sticker จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติที่แท้จริงของรถยนต์แต่ละรุ่น ทั้งในด้าน “สะอาด ประหยัด ปลอดภัย” เพื่อประกอบการตัดสินใจ เลือกซื้อรถยนต์ เมื่อประกอบกับการเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อย CO2 อัตราการใช้น้ำมัน และมาตรฐานความปลอดภัย ย่อมเป็นการสนับสนุนให้บริษัทรถยนต์ต้องพัฒนาคุณสมบัติรถยนต์ให้ทัดเทียมรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศชั้นนำ เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย หรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในประเทศ ที่จะสามารถใช้รถยนต์ที่มีคุณสมบัติ“สะอาด ประหยัด ปลอดภัย” ที่สูงขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ประเทศไทยมีการใช้พลังงานน้ำมันที่ลดลงอีกด้วย ตามแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่เป้าหมายการใช้รถยนต์อย่างยั่งยืน (Sustainable Mobility)

ตัวอย่างข้อมูล ECO Sticker รถยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX Hi-Lander 4-Doors 3.0 Ddi M A/T

ยี่ห้อ : ISUZU
รุ่น : D-MAX Hi-Lander 4-Doors 3.0 Ddi M A/T
ประเภทรถยนต์(ตามกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต) : รถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี
คาดการณ์อัตราสรรพสามิต * ของรถยนต์คันนี้ : 9%
ราคาขายปลีกที่แนะนำ : 1,054,000.00 บาท
หมายเหตุ : สีขาวมุกราคา 1,061,000 บาท

วันที่อนุมัติ : 22/07/2019
ปริมาณออกไซต์ของไนโตรเจน (NOx) : 0.319 กรัม/กม.
ปริมาณการปล่อยฝุ่นละออง/มลพิษอนุภาค (PM) : 0.03647 กรัม/กม.
อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 : 180 กรัม/กม.
อัตราการใช้พลังงานรวม(Combined) : 6.8 ลิตร/100 กม.
อัตราการใช้พลังงานนอกเมือง(Extra-Urban) : 6.1 ลิตร/100 กม.
อัตราการใช้พลังงานในเมือง(Urban) : 8.0 ลิตร/100 กม.
ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อเดือน : 4,713.76 บาท
Emission Standard : มอก. 2550-2554
มาตรฐาน UN Reg.83 : ไม่มีผลการทดสอบ
มาตรฐาน UN Reg.101 : มีผลการทดสอบ
มาตรฐาน UN Reg.94 : ไม่มีผลการทดสอบ
มาตรฐาน UN Reg.95 : ไม่มีผลการทดสอบ
มาตรฐาน UN Reg.13H : ไม่มีผลการทดสอบ

ECO Sticker หน้าตาเป็นแบบนี้

Loading...
แท็กซ์

Related Articles

แสดงความคิดเห็น

Back to top button