ความรู้เรื่องรถ

ทำไมต้องฝากระโปรงดำ? หุ้มสติกเกอร์ หรือคาร์บอนดี แล้วต้องแจ้งขนส่งมั้ย?

เทรนด์การแต่งรถสมัยนี้ อย่างหนึ่งที่มักจะทำกันก็คือ เปลี่ยนฝากระโปรงเป็นสีดำ เหมือนรถที่เอาไปแข่ง ตอนนี้รถแต่งซื่ง รถบ้านก็มักจะทำตามกัน ซึ่งฝากระโปรงดำที่ทำกันก็มีหลายแบบ

Warp สติกเกอร์สีดำ หรือสติกเกอร์ลายเคฟล่าห์

แบบแรกเลยก็เป็นคนแต่งรถงบน้อย เอาฝากระโปรงไปหุ้มสติกเกอร์สีดำ หรือสติกเกอร์ลายเคฟล่าห์แทน เน้นแค่ให้ฝากระโปรงเป็นสีดำเท่านั้น ซึ่งแบบนี้ประหยัดงบที่สุดแล้วครับ แต่ประโยชน์จากการหุ้มสติกเกอร์ก็เห็นจะมีแค่ 2 อย่างคือ อย่างแรกได้สีดำตามเทรนด์การแต่งรถ อย่างที่สองคือ ช่วยป้องกันรอยจากพวกหินกระเด็นมาใส่ฝากระโปรงนั่นเองครับ และที่สำคัญอีกอย่าง สติกเกอร์พวกนี้มีอายุการใช้งานครับ ใช้ไปนานๆ อาจจะมีหลุดบางมุม หรือสีของสติกเกอร์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

เปลี่ยนฝากระโปรงเป็นฝากระโปรงคาร์บอน

แบบนี้จะเป็นการเปลี่ยนเลยนะครับ นักแต่งรถงบเยอะก็มักจะทำกัน ซึ่งก็คือ ถอดทั้งฝาเดิมออก เปลี่ยนฝากระโปรงใหม่กันเลย ในบ้านเราก็มีหลายเจ้าขายอยู่ ราคาถือว่าสูงครับเมื่อเทียบกับการหุ้มสติกเกอร์ แต่มีข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ น้ำหนักฝากระโปรงที่น้อยลง และบางรุ่นก็มีการเจาะช่องเพิ่มเติม ช่วยในเรื่องการระบายความร้อนอีกด้วยครับ ซึ่งการที่น้ำหนักฝากระโปรงที่น้อยลงนั้น ก็ช่วยให้น้ำหนักรวมของรถทั้งคันลดลง เวลาขับก็เร่งได้ไวขึ้น เพราะเครื่องเท่าเดิม แรงม้าเหมือนเดิม แต่น้ำหนักน้อยลง

ถามว่ามากมั้ย ราวๆ 10 กิโลกรัมได้ครับ แต่จุดประสงค์อย่างพวกรถแต่งที่นำไปแข่งนั้นเขาก็ต้องพยายามลดน้ำหนักรถให้มากที่สุด เพื่อให้รถมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้นเอง และส่วนที่เป็นฝากระโปรงก็เป็นส่วนที่สามารถลดน้ำหนักได้ โดยไม่ส่งผลต่อการขับขี่รถ เลยนิยมทำกันครับ 

ส่วนใครจะแต่งแบบไหนก็สุดแล้วแต่ความชอบของตัวเองได้เลย ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้เปลี่ยนเป็นฝากระโปรงคาร์บอนไปทีเดียวเลย สวยและจบจริงๆ ครับ

ผิดฏหมายมั้ยเปลี่ยนฝากระโปรงเป็นสีดำ

จริงๆ แล้วมันมีมาตรา 13 บอกเอาไว้ว่า รถใดที่จะทะเบียนแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงสีของรถให้ผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถต้องแจ้งนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันเปลี่ยนแปลง การแจ้งแจ้งตามวรรณหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

แนะนำให้ไปทำให้ถูกต้อง คือ แจ้งไปเลยครับ อย่าไปเสียเวลากับที่บอกว่า ไม่เกิน 30% ของสีรถทั้งหมด เพราะสุดท้ายเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบเจอ ก็จะกลายเป็นแล้วแต่วิจารณญาน เสียเวลาเถียงกันอีก ไปแจ้งให้เรียบร้อย เสียเวลาครั้งเดียว จบทุกปัญหาครับ

โทษปรับเรื่องนี้อยู่ที่ 2,000 บาท ตามพรบ. รถยนต์ปี 2522 มาตรา 13, มาตรา 60 

หลักฐานที่ใช้ในการไปแจ้งเรื่องสีรถ
– คู่มือจดทะเบียนรถ
– ภาพถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
– หลักฐานการเปลี่ยนสีรถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน

วิธีการยื่นเรื่อง
– ยืนคำขอพร้อมหลักฐาน เพื่อนำรถเข้าตรวจสอบ
– ชำระเงินค่าธรรมเนียม
– รอรับเอกสารคืน

มีค่าธรรมเนียมการแจ้งเปลี่ยนสีรถ 50 บาท ค่าดำเนินการตรวจสภาพรถโดยกรมการขนส่งทางบก 50 บาท และค่าคำขอ 5 บาท 

Loading...


แสดงความคิดเห็น

Back to top button